2006/Sep/21

เหอๆ ในที่สุดไหดองเค็มก็แตกบรึ้ม!!
ฟิคแปลที่เค็มที่สุดออกสู่สายตาประชาชีแล้วคร้าบ *0*

เค็มจริงๆ กี่เดือนแล้วเนี่ย....

เอาเป็นว่า ใครจะรำลึกความหลัง
หรือยังไม่เคยอ่านฟิคเรื่องนี้ก็ตามไปดูลิ้งค์พวกนี้ก่อนนะคร้าบ

ฟิคนี้จะแบ่งเป็น 3 ส่วนตามฉบับภาษาอังกฤษ

(1) The Remnant Sun at Daybreak สุริยันทอแสงเศร้ารุ่งอุษา
(2) The Solitary Moon Arching over the Sky จันทราเสี้ยวเปลี่ยวว้างกลางนภา
(3) Final Chapter บทสุดท้ายของ The Solitary Moon

*ท่านสามารถอ่านภาคภาษาอังกฤษได้ที่ Shoujo-ai forum

ขอความร่วมมือ กรุณาอย่านำแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้ทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษไปเผยแพร่ที่อื่นก่อนได้รับอนุญาตโดยตรงจากผู้แปลและเจ้าของต้นฉบับ m(_ _)m


The Fantasy of the Last Life 2

~The Solitary Moon Arching over the Sky~
จันทราเสี้ยวเปลี่ยวว้างกลางนภา

Author: Faith
English Translator: Lethe
Thai Translator: Est
Editor: สำหรับบทนี้ดองเค็มจนไร้บ.ก. T^T

บทสุดท้าย

ความเงียบเข้าปกคลุมทุกสิ่ง ซ้ำเมื่อรวมกับผืนดินแห้งแล้งว่างเปล่า ยิ่งทำให้ภาพตรงหน้าชวนเศร้าสลดใจ


ดาบคาตานะที่ถูกกุมอยู่ในมือสั่นเทา สะท้อนฉายใบหน้าซีดไร้สีโลหิตอันแสนสิ้นหวังของผู้ถือเหนือคมดาบสีเงิน


บนดวงจันทร์...เบื้องหน้าศาลเจ้าที่ถูกทิ้งร้างนั้น เหลือเพียงแค่เธอกับมิโกะสุริยันที่ยังคงยืนอยู่


แม้สงครามตัดสินชะตาจะได้จบลงแล้ว แต่เสียงทรมานโหยหวนของผู้คนยังก้องอยู่ในหัวไม่จางหาย


เธอทรุดเข่าลงอย่างเหน็ดเหนื่อยลงกับผืนดิน ทั้งกายคงลงไปนอนทอดอยู่บนพื้นหากไม่ได้ยันร่างไว้ด้วยดาบน่าชิงชังเล่มที่อยู่ในมือ


อ้อมแขนที่คุ้นเคยโอบเธอเข้าวงกอดมอบไออุ่น


....ไม่เป็นอะไรใช่ไหม? มิโกะสุริยันถามเบาๆ ด้วยเสียงอันอ่อนโยน ขณะใช้มือลูบศีรษะปลอบประโลมเจ้าของเรือนผมดำยาวที่ตนกอดไว้


ฝ่ายถูกกอดพยักหน้าตอบอย่างไร้เสียง มือขวายังเกาะกุมดาบไม่ปล่อย ราวกับว่ามันได้เชื่อมรวมเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายและไม่สามารถแยกออกได้


มือซ้ายที่ว่างอยู่กอดรั้งมิโกะสุริยันไว้แน่น เฉกเช่นเดียวกับดาบ ด้วยร่างเล็กนี้เปรียบดั่งเป็นอีกครึ่งชีวิตของตน มิโกะจันทราจึงยึดรั้งหญิงสาวผมสีชาไว้ไม่ยอมปล่อย


มันจบลงแล้ว....ไม่ว่าจะโอโรจิ....หรือทุกๆ คน.... หยาดน้ำตาไหลรินจากนัยน์ตาสีน้ำเงินพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ ถ้าข้าพยายามมากกว่านี้...ถ้าข้าแข็งแกร่งกว่านี้...บางที ข้าอาจจะช่วยพวกเขาไว้ได้...


เสียงท่านสุริยันถอนหายใจลงที่ข้างหู ผมสีชาที่อ่อนนุ่มและมีกลิ่นที่แสนดีดั่งตัวเจ้าของไล้คลอเคลียอยู่ที่ข้างแก้มเธอ ช่วยปลอบบรรเทาความทุกข์เศร้านี้ให้เบาบางลง


จูอิกิที่แสนอ่อนโยน.... ท่านสุริยันแนบริมฝีปากและปลายจมูกลงบนแก้มคนในอ้อมกอดตนอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงหวานแสดงความรักใคร่และอาลัยอย่างแจ่มชัด ข้าเข้าใจดีว่าท่านอยากปกป้องทุกคน....


ฝ่ายถูกกอดหลับตาลงเพื่อซึมซับความอบอุ่น ความเข้าอกเข้าใจและการปลอบประโลมที่อีกฝ่ายมอบให้


ท่านคิดว่าตนเองยังพยายามไม่มากพออีกหรือ? มิโกะสุริยันถามขึ้นด้วยเสียงเรียบสงบ

อืม มิโกะจันทราพยักหน้า ในใจเฝ้าแต่คิดโทษตนเอง


ท่านคิดว่าชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นไม่สมควรจะถูกคร่าไปเช่นนี้สินะ ท่านสุริยันยังกระชับคนในอ้อมกอดไว้ขณะถามปลอบอย่างอ่อนโยน

อื้อ ฝ่ายถูกถามพยักหน้าแรงขึ้นอีก


ท่านอยากจะ....... มือที่กำลังลูบประโลมเรือนผมสีราตรีของเธอชะงักหยุด ซ้ำน้ำเสียงของเจ้าของมือก็ยังเปลี่ยนไปจนรู้สึกได้ชัด ....ทำทุกสิ่งให้กลับคืนในแบบที่มันเคยเป็น คืนชีวิตให้กับทุกชีวิต และปรารถนาจะให้ทุกคนได้อยู่อย่างมีความสุขหรือไม่


แม้จะติดใจสงสัยว่าเหตุใดเสียงของท่านสุริยันจึงฟังดูแหบแห้งนัก เธอก็ยังตอบอย่างไม่ลังเล ข้าต้องการเช่นนั้น


.....อย่างนั้นหรือ........ มิโกะสุริยันกล่าวเบาๆ รอยยิ้มบางปรากฏที่มุมปาก


ดวงตาสีม่วงงดงามสะท้อนให้เห็นแต่เพียงภาพของเธอ เป็นดวงตาที่ทอประกายงามน่าหลงไหลจนอดไม่ได้ที่จะมองกลับไปดั่งต้องมนตรา


หน้ากากสลักรูปร่างแปลกตาปรากฏอยู่ในมือของมิโกะสุริยันโดยไม่ทันได้สังเกตว่ามาตั้งแต่เมื่อไร จูอิกิ จำสิ่งที่ข้าบอกกับท่านเมื่อคืนได้หรือไม่? น้ำเสียงหวานล้ำขับขานขึ้น รอยยิ้มและแววตาฉายบอกถึงความเสน่หาที่มีต่อคนตรงหน้าอย่างล้ำลึก


หากนัยน์ตาสีน้ำเงินกลับฉายแววตระหนกขณะจ้องมองใบหน้าระบายยิ้มนั้น


ข้าพูดว่า นับแต่หลังวันนี้ไป ทั้งหมดของข้าจะเป็นของท่าน. มิโกะแห่งดวงตะวันกล่าวต่อขณะใช้สองมือประคองหน้ากากส่งให้อีกฝ่าย นี่มิใช่เพียงแค่สัญญา หากแต่เป็นสิ่งที่ข้าเฝ้าคอยเช่นกัน


----ที่ท่านพูดหมายความว่าอะไรกัน? มิโกะจันทรารู้ได้ว่ามีบางอย่างจะเกิดขึ้น... อะไรบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง.... อะไรบางอย่างที่น่าขนพองสยองเกล้า... ความรู้สึกที่จับได้ทำให้บรรยากาศรอบตัวเธอเย็นเยียบหนาหนัก ข้าไม่เข้าใจว่าท่านต้องการจะบอกอะไรกันแน่!?


<ข้าเองก็ไม่ได้อยากจะเข้าใจเช่นกัน> รอยยิ้มจากมิโกะสุริยันที่อาจตีความได้เช่นนั้นแทบจะทำให้เธอหลั่งน้ำตาร่ำไห้



มิโกะสุริยันถอนใจเบาๆ ขณะอธิบายช้าๆ อย่างอดทน ดั่งครูที่เฝ้าอธิบายเรื่องราวให้เด็กห้าขวบฟัง เหตุที่ไม่มีบันทึกใดกล่าวถึงเรื่องราวหลังกำจัดโอโรจิลงนั้น ก็เพราะเหล่านักบวชไม่อยากให้ผู้คนรับรู้ถึงความโหดร้ายในการสังเวยชีวิตมิโกะเพื่อปกป้องโลกนี้ไว้เป็นเช่นไร....



ทันทีที่เอื้อมมือไปสัมผัสร่างของหญิงสาวนัยน์ตาใสสีทะเลสาปตรงหน้า มิโกะสุริยันก็รู้สึกได้ถึงความร้อนแผดเผาผ่านเข้าจากปลายนิ้ว ไหลลึกเข้าไปทั้งร่างจวบจนวิญญาณ ...วิญญาณของเธอ....ดวงที่เฝ้าเพรียกหาความอบอุ่นอ่อนโยนและร่ำร้องขออิสรภาพมาชั่วนิรันดร์


พวกเราคือมิโกะแห่งดาบ เมื่อเราสร้างบาดแผลด้วยดาบ ย่อมจักต้องเจ็บปวดด้วยดาบ ไม่มีสิ่งใดที่ได้มาโดยไม่ต้องแลกกับอะไร..... ซึ่งข้ายอมรับและเตรียมพร้อมสำหรับเงื่อนไขนี้ แล้ว ส่วนท่าน มือเล็กกุมกระชับช่วยยกมือที่ถือดาบสีม่วงเข้มขึ้น ในฐานะมิโกะแห่งจันทราผู้มีภูมิธรรมอันสูง ย่อมเลือกที่จะสละบางอย่างเพื่อปกป้องโลกนี้ไว้ใช่ไหม


บางอย่างอันหมายถึงทุกสิ่ง

บัดนี้เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมท่านสุริยันจึงเฝ้าถามย้ำถึงความตั้งใจของเธอ ที่ว่าแม้จะต้องสละสิ่งใดก็จะปกป้องโลกนี้ไว้...


....นี่เป็นชะตากรรมของมิโกะผู้เกิดในเดือนสิบ ดังนั้นนี่จึงเป็นสิ่งที่ท่านต้องทำ... มือเล็กกุมย้ำแน่นจนเล็บกดลงบนหลังมือขาวนวล ใช้ชีวิตข้าเพื่อแลกคืนสรรพสิ่งให้แก่โลก


ไม่! มิโกะชุดม่วงเหวี่ยงสะบัดมือเล็กออกจากมือตน เรื่องแบบนั้น----ข้าจะทำได้อย่างไร!? จะให้ข้าทำได้ยังไง!! สองมือของเธอสั่นคลั่ง แต่กระนั้นก็ยังเกาะกุมด้ามดาบไว้แน่นไม่อาจปล่อย สร้างความรู้สึกน่าคลื่นไส้จนเธออยากจะอาเจียน


ท่านต้องทำ ท่านเกิดมาเพื่อสิ่งนี้


ข้าเกิดมาเพื่อช่วยท่าน!


ช่วยข้าชำระโลกใบนี้


ไม่! มิโกะจันทราตะโกนสุดเสียง ไม่ใช่เพื่อสิ่งนี้! ข้าไม่ได้เกิดมาเพื่อทำแบบนี้!! ข...ข้า หยาดน้ำตาหลั่งเป็นทางเปรอะแต้มเต็มใบหน้า หากแต่เธอไม่ได้ใส่ใจสังเกตมันอีกต่อไป ข้าไม่ได้เกิดมาเพื่อฆ่าท่าน.!!


มิโกะแห่งดวงตะวันยันตัวลุกขึ้นขณะก้มหน้าจับจ้องหน้ากากในมือ จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองสบกับดวงตารวดร้าวสีน้ำเงิน สายตาที่มองกลับไปนั้นทั้งขึงขังและจริงจัง พวกเราลำบากฝ่าฟันทุกอย่างมาจนถึงขั้นนี้ สละและสูญเสียทุกสิ่งเพื่อให้มาถึงตรงจุดนี้ ท่านอยากจะให้ทั้งหมดนั่นสูญเปล่างั้นหรือ?


อาการโกรธขึ้งและผิดหวังปรากฏขึ้นผ่านทางนัยน์ตาสีม่วงบนใบหน้าแน่วแน่และเย็นชานั้น


มิโกะจันทรากัดริมฝีปากแน่นเสียจนปลายลิ้นรับได้ถึงรสเลือดที่ไหลซึมจากปากแผล เช่นนั้นก็เอาชีวิตของข้าไป.... สิ้นคำก็สะบัดใบดาบจากฝักสีม่วงขึ้นจ่อเข้าที่คอตน


สตรีในชุดมิโกะแดงขยับแล้วชะงักในทันที ประหนึ่งว่าเธอพยายามจะปรี่เพื่อเข้าหยุดคนตรงหน้า


ฆ่าข้า แล้วใช้ชีวิตของข้าชำระโลกนี้เถิด---


ชีวิตของท่านใช้เพื่อการนี้ไม่ได้แล้ว น้ำเสียงเย็นเยียบดังขัดขึ้นทันที

ขณะเธอเขม้นมองมิโกะสุริยันอย่างประหลาดใจ สตรีในชุดแดงยังคงยืนอยู่ในอาการสงบและสง่างามดั่งยามปรกติได้ ท่านไม่ใช่ผู้ถือครองพรหมจรรย์อีกต่อไปแล้ว ยามที่ท่านสูญเสียความบริสุทธิ์ก็เท่ากับขาดความเหมาะสมในฐานะเครื่องสังเวย


ยามเดียวกับฟังคำที่มิโกะสุริยันแจ้งบอกด้วยเสียงเย็นชานั้น ไม่เคยมีครั้งใดเลยที่เธอจะรู้สึกอดสูและรังเกียจร่างกายของตนเองถึงเพียงนี้


เพราะงั้นท่านถึง......เรื่องนั้น...ท่าน...ท่านกับข้าถึงได้..... เธอไม่สามารถแม้แต่จะเรียบเรียงคำพูดออกมาได้ สิ่งที่เธอกับท่านสุริยันทำเมื่อคืน อ้อมกอดนั่น.... สัมผัสปลอบโยนพวกนั้น.... รสสัมผัสครั้งเมื่อยามราตรี... ทั้งยังจุมพิตที่พรั่งพรม ทั้งหมดมันเพื่ออะไรกัน!?


สองมือนั้นได้โลมไล้ไปทั่วร่างของเธอ นัยน์ตาสีม่วงฉายเสน่หาอาลัย ถ้อยหวานกระซิบด้วยรักและบูชา ทั้งหยาดน้ำตาที่พร่างพรายลง....

ทำไมทั้งหมดนั่นต้องเกิดขึ้นด้วย!?



จูอิกิ มิโกะสุริยันกล่าวอย่างรวดร้าว โปรดอย่าได้แคลงใจในความรู้สึกของข้าที่มีให้ท่าน เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ข้ายอมรับไม่ได้เสียยิ่งกว่าชะตาที่ถูกกำหนดไว้นี้


มิโกะสุริยันค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามา เราต่างก็ตัดสินใจกันได้แล้ว แม้ท่านจะไม่ให้อภัยหรือเข้าใจในสิ่งที่ข้าเลือก แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ท่านไม่ควรจะต้องคลางแคลงใจ.... ร่างเล็กเขย่งยืนด้วยปลายเท้ามอบจุมพิตบางเบาลงบนริมฝีปากอุ่นที่แสนคุ้นเคย ...คือใจข้าที่มีให้ท่าน


จุมพิตนำพารสเลือดปะปนกับน้ำตาจนเป็นรสคล้ายสนิมเหล็ก แม้กระนั้นมิโกะสุริยันก็ยังบรรจงใช้ปลายลิ้นเลียแผลที่ริมฝีปากนั้นให้อย่างเห็นใจ

...แต่ไม่มีหนทางใดจะเยียวยาใจที่ถูกทำให้เกิดบาดแผล ที่เธอจะสามารถทำให้คนตรงหน้าได้ มีเพียงฝากความหวังไว้กับอนาคตที่ไม่แน่นอน และได้แต่ภาวนาเฝ้าหวังให้ความทรงจำที่กำลังจะถูกลบเลือนนี้จะไม่ทำให้ผู้อันเป็นที่รักต้องเจ็บปวดอีก


ดวงตะวันมีอยู่เพื่อช่วยให้จันทร์ทอแสง....และข้า...เกิดมาเพื่อให้ท่านได้มีชีวิตสืบต่อไป


มือเล็กสวมหน้ากากเหล็กหนาหนักและเย็นเยียบลงบนใบหน้าของเธอให้อย่างเบามือ พร้อมบรรจงช่วยยกด้ามดาบให้กระชับเกาะกุม


เราควรจะจัดการภาระที่ควรกระทำนี้ให้จบลงได้แล้ว....ภาระของพวกเรามิโกะ...

น้ำเสียงที่แผ่วเบาแต่อัดแน่นด้วยความเข้าใจ ตอกย้ำความเจ็บปวดจนในอกแทบร่ำไห้


ขอให้ท่าน...ได้อยู่อย่างมีความสุขในโลกใหม่ที่สวยงาม.....


ลำคอเปล่งเสียงคำรามดั่งสัตว์ป่า ในใจประหนึ่งบ้าคลั่ง มิโกะจันทราพุ่งตัวออกไปข้างหน้า มือที่จับด้ามดาบสีม่วงร้อนดั่งถูกไฟผลาญเผา

จูอิกิ.... ร่างเล็กค่อยๆ ทรุดลงในอ้อมแขน หน้ากากสลักเองก็ร่วงตกจากใบหน้าของฝ่ายถูกเรียกชื่อ ....จันทราของข้า.....


ท่านสุริยันมอบยิ้มบางอย่างไร้เรี่ยวแรง บนใบหน้าไม่แสดงออกถึงความเจ็บปวดแม้เพียงน้อยนิด ...ไม่แม้สักนิด... มือเล็กที่เปรอะด้วยโลหิตแดงยกขึ้นสัมผัสใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างแสนรัก ท่านทำให้ข้ารู้สึกขอบคุณที่ได้เกิดมาใต้ชะตานี้....


.........ขอบคุณ.....ที่ทำให้ข้าได้ใช้ชีวิตที่เป็นชีวิต.... มิโกะสุริยันโอบคนตรงหน้าเพื่อมอบอ้อมกอดอันอ่อนโยน.....เป็นครั้งสุดท้าย



หยาดน้ำตาร้อนหลั่งรินลงสู่พื้นและซึมหายลงในผืนดิน ดั่งเข้าใจในสัจธรรมแห่งการลาจาก ทั้งแสดงถึงความเศร้าอาลัยในแบบของมัน

ผู้ยังคงชีวิตบรรจงประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากที่ซึมด้วยโลหิต แล้วมอบกระซิบด้วยเสียงแผ่วเบา ....รักท่าน แสงตะวันอันอบอุ่นของข้า



---เมื่อชีวิตของมิโกะถูกมอบสังเวยเป็นเครื่องเซ่นด้วยน้ำมือมิโกะอีกคนเช่นนี้แล้ว โลกจะได้รับการชำระล้างใหม่อีกครั้ง--- เสียงก้องดังที่ไม่อาจบอกที่มาพูดขึ้น ส่วนเจ้า...มิโกะแห่งจันทรา... เจ้าจะกลับคืนเป็นชีวิตอื่น....เพื่ออาศัยอยู่ในโลกใหม่....

.....ข้าจะไม่ลืม....... เธอเงยหน้ามองขึ้น ดวงตาที่เปรอะด้วยหยาดน้ำตาส่องประกายคมกริบ ....ข้าจะไม่ลืมเด็ดขาดว่าใครทำให้ข้าต้องสังหารผู้อันเป็นที่รักยิ่งเช่นนี้! ด้วยถูกหักหาญจากสิ่งที่เคยศรัทธา ดวงตาสีน้ำเงินเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลายแหงนมองฟ้าอย่างเจ็บปวดและแค้นขึ้ง


ความเงียบและบรรยากาศขึงขังน่ารังเกียจเข้าล้อมรอบตัวเธอ ตัดขาดเธอออกจากเสี้ยวแสงและไออุ่นเดียวที่เธอมี บังคับฉุดกระฉากให้ห่างหนีจากร่างของผู้ที่เป็นดั่งอีกครึ่งชีวิตอย่างไม่ปราณี


เธอจะไม่มีวันลืม ไม่มีทางลืมเป็นอันขาด


ในชาติภพต่อไป ภาพนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ใบดาบจากฝักสีม่วงจะไม่ได้แทงทะลุเข้าไปในร่างเล็กนั้นอีก


เธอจะไม่มีวันให้อภัย... ใครที่พรากตะวันออกจากจันทร์ ด้วยแบ่งให้มียามคืนและวันเป็นทิวาและราตรี

=============================================


แสงสีเงินจากตราประทับที่หลังโชนสว่างพุ่งขึ้นสู่ฟ้า ความร้อนผลาญเผาจนทำให้ภาพที่จิคาเนะเห็นตรงหน้าพร่าเลือน


เธอจับจ้องไปยังคู่หนุ่มสาวที่กำลังจุมพิตกันอยู่เหนือทะเล ใจเจ็บเศร้าอาลัยในรักและทุกข์ที่สั่งสมมานานนับพันปี รักนิรันดร์อัดแน่นอยู่ในอกจนทำให้หายใจแทบไม่ออก ทั้งไม่อาจละสายตาไปจากคนทั้งสองนั้นได้


เข้าใจแล้ว....แบบนี้สินะ.....เป็นแบบนี้นี่เอง...... จิคาเนะก้มศีรษะลงพร้อมยิ้มอย่างขมขื่น ขณะใช้มือหนึ่งลูบไปตามแผงคอของอาชาคู่ใจ เธอพึมพำกับตัวเอง เข้าใจแล้ว....



ม้าหันกลับไปตามผู้เป็นเจ้าของควบบังคับอย่างว่าง่าย วิ่งเหยาะย่างกลับไปทางเดิมกับที่มันมา สายลมยามค่ำคืนที่โชยจากทะเลพัดวูบผ่านสรรพสิ่งอย่างอ่อนโยน เฉกเช่นกับที่สายลมเย็นในเดือนสิบพัดปลอบประโลมให้เสมอมา


สายลมนั้นจงรักและโอบกอดสิ่งทุกสิ่งและคนทุกผู้อย่างเท่าเสมอกัน แม้แต่ในเดือนและวันอันไร้เทพปกปักรักษา


ทุกสรรพสิ่งที่ไม่ว่าจะดีหรือเลว สุขหรือเศร้า รักหรือชิงชัง ต่างได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม


.....ในวันที่เหล่าเทพสิ้นสูญ มิโกะแห่งสุริยันและจันทราผู้มีจิตที่บริสุทธิ์และศรัทธาที่มั่นคง จักสละตนปกป้องความสงบของพิภพนี้ไว้...ตราบจนนิรันดร์....

ตามตำนานที่เล่าขาน ทั้งสองผลัดได้เปลี่ยนหมุนเวียน ย้อมสีด้ายแห่งชะตากรรมด้วยเลือดของกันและกัน ....ด้ายที่ผูกพันถักทอทั้งสองเข้าไว้ด้วยกัน...ตราบจนชั่วนิรันดร์.....

======= จบบท The Solitary Moon Arching over the Sky ======


เกี่ยวกับการแปลงานชิ้นนี้

ครั้งแรกที่แปลลงกระดาษไว้...
มันออกมาได้ "ลิเก" แบบสุดๆ T T
แต่เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอดีตชาติครั้งก่อนที่จะมาเป็นจิคาเนะกับฮิเมโกะที่เราได้ดู ก็เลยอยากใช้ภาษาเก่าๆ แต่ทำไปได้พักนึงก็ตัน แปลแบบกะฆ่าตัวตายเลยต้องเกลาออกมาใหม่ แต่ก็ได้ออกมาแบบลิเกครึ่งๆ กลางๆ... =o=''

ในที่สุดก็วิ่งออกหาความช่วยเหลือ

มาถึงตรงนี้ต้องขอกราบขอบคุณบ.ก.ทุกท่านงามๆ สักสามครั้ง ที่ช่วยอ่าน ช่วยแปล ช่วยแก้ หวดเฆี่ยนข้าน้อยด้วยแส้แห่งรัก (เฮ้ย??) และให้คำแนะนำต่างๆ ถ้าไม่มีพวกท่านทั้งหลาย ฟิคนี้คงไม่อาจเป็นอย่างที่มันเป็นในตอนนี้ได้

THANKS!!

ท่าน Faith ที่บรรจงสรรค์สร้างแฟนฟิคมิโกะอันสุดยอดเกินบรรยาย ด้วยโครงเรื่องและภาษาที่ทั้งงดงาม หวานซึ้ง และแสนเจ็บปวด เติมส่วนที่ขาดหายในอนิเมอย่างข้าน้อยไม่เคยนึกได้ว่ามันจะมี orz (เป็นคนจำพวกดูจบก็จบ ไร้จิ้นจริงๆ เลยตู)

ท่าน Lethe ที่ทุ่มเทแปลถ่ายทอดแฟนฟิคนี้ไว้เป็นภาษาอังกฤษ มอบโอกาสให้ผู้ไม่รู้ภาษาจีนแม้แต่นิดอย่างข้าน้อยได้ลิ้มรสงานเขียนชิ้นนี้ อร่อยมากขอรับ แผล่บๆ

วิจจี้ที่สละเวลาว่างอันแสนมีค่ามาให้คำแนะนำ และอธิบายด้านไวยากรณ์การแปล ช่วยชี้ในจุดที่แปลผิดและขัดเกลาประโยคแปลกประหลาดอย่างตรงไปตรงมา

รุจจี้ ที่กล้าบอกกันตรงๆ เช่นกันว่า เวอร์ชั่นแรกมันลิเกเกินงาม ช่วยแต่ง ช่วยขัดเกลาประโยค ตัดทอนความเยิ่นเย้อ แก้คำที่พิมพ์ผิดที่มีมากมายราวกับดอกเห็ดหลังวันฝนตก แถมวาดรูปประกอบฟิคให้อีกต่างหาก แถมล่าสุดวาดโดด้วย ถึงมีทีท่าว่าโดจะดองเค็มกว่าฟิคนี้ ก็ยังรออ่านอยู่นะ

มุจจี้ ที่สละเวลาทำ Thesis มาช่วยอ่านอย่างละเอียดแบบสุดๆ ><!! เก็บคำผิด แก้คำเพี้ยน ขอยกนิ้วให้เลยคร้าบ และขอให้ Thesis นรกท่านลุล่วงไปด้วยดี TAT

ทุกๆ comments ของผู้อ่านทุกท่าน ที่ติชมให้กำลังใจจนข้าพเจ้าสามารถแปลงานที่ยาวเกือบ 30 หน้า A4 นี้ลงได้จนจบ ขอบคุณจริงๆ

สุดท้ายก่อนดองบลอค(อีกแล้ว???)
หวังว่าเราคงมีโอกาสได้มาอ่านฟิคร่วมกัน...อีกครั้ง


edit @ 2006/09/21 16:24:39 จัดฟ้อนท์กระจุย - -''

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ซึ้ง...TAT
ชอบฟิคเรื่องนี้จริง ติดใจมาตั้งกะตอนที่1 XD
(...จะว่าไป เหตุการณ์เมื่อชาติปางก่อนของจิคาฮิเมะ เราก็ไม่เคยจิ้นแฮะ..orz)
#1  by  toma At 2006-09-21 17:02, 
ชอบๆๆๆๆๆๆ ชอบมากกกกกกกกกก ในที่สุดก็จบ จิ้นได้สุดๆเลย แต่ถ้าหากมีชาติหน้า ใครจะทำใครล่ะเนี่ย - -" ขอบคุณที่แปลฟิกมาให้่อ่านนะฮะ ขอให้แปลฟิกดีๆแบบนี้อีกเยอะๆ (ไม่ค่อยโลภเลยเนอะ)
#2  by  ルイ (rui) At 2006-09-21 17:44, 
ขอบคุณค่ะที่แปลฟิคนี้มาให้อ่านกัน ชอบมากๆ รู้สึกเหมือนเติมเต็มจากฉบับอนิเมได้อย่างครบถ้วน

ตอนนี้ก็เข้าใจเหตุผลละว่าทำไมจิคาเนะถึงทำกับฮิเมโกะอย่างงั้น แหะๆ
#3  by  \ MEIJI / At 2006-09-21 18:09, 
ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ซึ้งมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านนะคะ
#4  by  airia At 2006-09-21 19:45, 
สุดท้ายแล้วก็คือ flashback ของจิคาเนะจังนี่เอง คนแต่งช่างต่อเรื่องได้ยาวดีแฮะ

ขอบคุณที่แปลให้ได้อ่านกันครับ ฟิคนี้เป็นฟิคที่ดีและค่อนข้างสมเหตุสมผลดี (ชาติก็ฮิซามะไป*ปี๊บ*ทซึกิซามะ ชาตินี้เลยโดน*ปี๊บ*คืน )
#5  by  Lowfailer At 2006-09-21 22:13, 
สุดท้ายแล้วก็คือ flashback ของจิคาเนะจังนี่เอง คนแต่งช่างต่อเรื่องได้ยาวดีแฮะ

ขอบคุณที่แปลให้ได้อ่านกันครับ ฟิคนี้เป็นฟิคที่ดีและค่อนข้างสมเหตุสมผลดี (ชาติก็ฮิซามะไป*ปี๊บ*ทซึกิซามะ ชาตินี้เลยโดน*ปี๊บ*คืน )
#6  by  Lowfailer At 2006-09-21 22:13, 
แวะมาเห็น โห แปลได้เเจ่มจริงๆ ค่ะ

ตอนนี้เราก็กำลังแปลฟิคเรื่องนึงอยู่ พออ่านเจอของท่าน อืม...กลับไปแก้บทตัวเองดีมั้ยเนี่ย เห่ยเหลือหลาย

ขอ Add ไว้อ่านนะคะ
#7  by  Kino At 2006-09-21 23:03, 
อึก....T_T...ขอบคุณมากขอรับที่แปลให้อ่านชอบมาก ๆ คับติดตามมาแต่ 2 อันแรกแร้วแต่ไม่ได้มาวันที่ ทั่นอัพก็เลยไม่ได้เม้น 555ชอบมากขอรับยอด ๆ เจ๋งได้ใจแด๋วจะไปนั่งอ่านซึมซับให้มันออทโมซี๊ดเข้าสมองเรยท่าน (หลังจากที่ดูดตอนที่ 2 ลองลึกถึงแกนกระดูกเรียบร้อยแว้ว)
#8  by  .koko1358. At 2006-09-22 15:26, 
ยินดีด้วยที่ปิดโปรเจคน่อ ^^ b

Thesis....มันคืออะไรน่ะ
/me โดนเตะกลิ้ง กลับไปทำซะอย่ามัวแต่อู้!!
#9  by  Mukiki At 2006-09-22 17:29, 
แปะๆๆๆ แปลได้เยี่ยมมากท่าน สมกับที่รอคอย

เพราะงั้น ว่างๆ หามาแปลอีกนะ ฮา....
#10  by  Blue Arrow At 2006-09-23 02:58, 
สุดยอดครับกับฟิกนี้
อ่านไปพร้อมกับเปิด ost มิโกะแล้วยิ่งสุดยอด

/me ตะโกนไปว่า "มิโกะสุดยอดดดดดดด"
#11  by  Zero_จัง (58.136.206.107) At 2006-09-23 22:07, 
รอคอยมานานแสนนานๆๆๆ ในที่สุดก็ได้อ่านแล้ว ดีใจจัง ขอบคุณนะค่ะ ที่ใจดีมาแปลฟิคให้ได้อ่านกัน สู้ต่อไปนะ ไอ้มดแดง! อะม่ะใช่lสิ ต้อง คุณ Est สิ สู้ๆๆนะค่ะ
#12  by  Shun Kung At 2006-09-24 01:11, 
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและทิ้งคอมเม้นท์ของท่านไว้นะคร้าบบบบบบ *3*/

#1 toma - จับมือ ยินดีต้อนรับสู่นครคนไร้จิ้นฮับท่าน ว่าไปนั่นๆ ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคร้าบ ในฐานะคนแปลดีใจสุดชีวิตเลย^^-

#2 rui - ถ้าเจอฟิคที่อ่านแล้วอิ๊อ๊างขนาดนี้ก็จำเข็นมาใส่ไหไว้แน่นอนคร้าบบบ

#3 MEIJI - พยักหน้าหงึกหงักๆ ความเห็นตรงกันเลยท่าน แปลว่าเราใจตรงกัน (กรี๊ด ไม่ใช่แล้ว)

#4 airia - แฮ่~ ลอยเลยค่า~ คำขอบคุณนั้นขออนุญาตแปลส่งต่อไปให้ผู้แต่งและผู้แปลภาคปะกิดด้วยน่อ

#5#6 Lowfailer - เฮ~ คุณ lowfailer ช่วยปั๊มเม้นท์ (ฮา) นั่นสินะท่าน นึกถึงกฏแห่งกรรมขึ้นมาเลยเชียว /me วิ่งไปจัดการ *ปี๊บ* สาวๆ (ทำบุญร่วมกันฮับ อย่าคิดมาก)

#7 MyBeloved~Kino - ไม่ได้แปลดีหรอกขอรับ ต้นฉบับเขามาดี แปลง่ายเลยสบายคนแปล แหะๆ เรื่อง add เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ตามสบายเลยคร้าบ^^ ส่วนฟิคท่านถ้าแปลเสร็จแล้วขออ่านด้วยคน~

#8 koko1358 - แหะๆ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ขอรับ^^ เม้นท์ล่วงหน้าย้อนหลังก็ไม่ว่ากัน เพราะตามไปอ่านแล้วก๋แสนจะดีใจขอรับ~

#9 ท่านมง - จะรอพูดประโยคเดียวกันกับท่านตอนท่านปิดโปรเจคเช่นกัน เอ้า! ไปทำ Thesis ซ้า! /me เอาแส้เฆี่ยน

#10 ท่านนู - /me โค้งขอบคุณ แล้วแบมือทวงฟิคตะวันจากท่านนู อยากอ่านต่อแล้วค่า~~~

#11 ท่านโร่ - /me วิ่งตามท่านโร่ไปแหกปากสครีม "มิโกะสุดยอด!!"

#12 Shunคุง - ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์คร้าบ และขอโทษที่ทำให้รอน้านนานนะขอรับ หลังบริโภคฟิคนี้โปรดดื่มน้ำตามมากๆ เพราะมันดองเค็ม มีเกลือในปริมาณมาก (เพ้อแย้วๆ)
#13  by   At 2006-09-24 15:36, 
อ้า~ ท่านเอ็จสุดเลิฟ
อ้ออ่านไปน้ำตาซึมไป TT_TT
บรรยายได้ซึ้งสุดๆ ภาษาอ่อนหวาน โอย~ อยากแต่งได้แบบนี้บ้าง

/me มองนิยายแข็งๆของตัวเอง

ขอบคุณมากค่ะที่แปลให้พวกเราๆได้ซึ้งกัน ^___^
#14  by  ~Yร้ายaor-chan~ (202.47.237.250) At 2006-09-27 10:21, 
อ็าากกกสุดยิด จบแว้วตามอ่านเงียบๆมาตั้งกะตอนแรก

และรอตอนจบมานานแสนนานตั้งแต่ชาติที่แล้วเหมือนดั่งเปลือกหอย... "เฮ้ยอินเกิน"

อ็ากอยากอ่านอีกกกก จบซึ้งตามคาด ว่าแต่ ฮิซามะ เล่นงี้เลยเรอะยังกะมัดมือชก

นึกว่าจะมามุข"ทำให้เกรียดก่อน"

ฮิซามะโกหกว่า ที่*ปี้ป*ไปเมื่อคืนนั้น ตนไม่ได้รัก ทสึกิจัง เลย

แต่เครื่องสังเวยจะต้องเป็น มิโกะ ที่เปอะเปรื้อนไม่บริสุทธ์อีกต่อไป เพื่อสังเวยสู่ความมึด และยังไม่สนพวกที่ตายไปอีกด้วย

เห็นเปนแค่เสดขยะขอตัวเองรอดก็พอ ละก็ "หัวเราะหลอนๆ"

รับประกัน ทสึกิซามะ มีฟิวส์ขาด

.......

แล้วค่อย บอกหลังจาก...แล้ว

แต่ตอนแรกนึกว่าจะมีแบบตอนที่ถูกแทงไปแล้ว

*****

"ข...ข้านึกชื่อของท่านได้แล้ว ตะวันของข้า...เจ้าหญิงของข้า... ฮิเมโกะ..."

คำๆนั้นให้ความรู้สึกเหมือนกับใบมีดเย็นยะเยือกที่บาดลึกลงไปในใจ น้ำตาค่อยๆเอ่อล้นออกมาจากนัยต์ตาสีม่วง

"ข...ข้าขอโทษ! ข้าขอโทษ! จูอิกิ ข้าจะไม่ลืมชื่อนี้เช่นกัน! ไม่ลืม!"

แล้วก็แบบพูดพร้อมกัน "ไม่ลืมเด็ดขาด" พร้อมกอดกันร้องให้ไรเงี้ย

*****

แต่ก็ไม่สมเหตุผลเพราะฮิเมโกะดันจำไม่ได้ - - กว่าจะจำได้ก็...

"คิดไปเรื่อย -*-"

โอยฝีมือการแปลสุดยอด กราบงามๆแด่ผู้มีส่วนร่วมทุกทั่น


ชาติถัดไปจากในตูนก็คิดๆใว้เหมือนกันนะ

เอาแบบลึกลับหน่อยก็มีมิโกะ2คู่ คู่ตัวเอกคู่นึงที่กอดกันกลางสี่แยก

"กะให้จิคาเนะเป็นตัวเอก ตอนที่กอดกันก็ให้จิคะจังจำไม่ได้ โดนกอดไปก็เหวอๆ เธอเป็นใครกัน" กลายเป็นรู้จักกันครั้งแรกอะไรงี้

และต่อไปก็โดนอีกคู่ "ผมสีชา กะสีราตรีเหมือนกัน แต่ใส่หน้ากากแบบชาติ ในฟิคเนี้ย" ไล่ฆ่า จะเปงยังไงต่อไปนั้น...นั่งคิดต่อ...

แต่กะจบซึ้งเศร้า * *

ปล. ผมก็อยากได้ OST มิโกะเหมือนกันนนบิทมันเน่าหมดแล้วอะเอามาจากไหนน้า

ปล2. ขอบคุณจริงๆครับที่แปลมาให้อ่านกัน

ปล3 มิโกะสุดยอดดดดด "ด้วย"

Me กราบอีกรอบแล้วจุดธูปไหว้
#15  by  kibou (58.181.184.127) At 2006-09-27 22:25, 
อ๊ากก รอมาตั้งนาน T_T ร๊าก ร๊ากกท่านเอ็จที่สุด

ปล. ตอนนี้ปิดเทอมแล้ว ไม่ต้องแอบอ่านในห้องเรียนแล้ว ฮ่าฮ่า
#16  by  Kcard~ At 2006-09-29 14:03, 
#14 ท่านอ้อ - ฟิคท่านอ้อแจ่มมากมายเลยนะท่าน อย่าพูดแบบนั้นสิ ><

#15 kibou - โอ้ว คอมเม้นท์ให้ยาวเลย ขอบพระคุณมากมายคร้าบ~ สำหรับ OST มิโกะ ถ้าต้องการก็แอดเมล์มาเลยขอรับ^^\

#16 เคคุง - แหะๆ กว่าจะมาตอบ เคคุงเปิดเทอมแล้วแหงๆ เลย^^"

สวัสดีและแวบก่อนล่ะคร้าบ ขอบคุณสำหรับทุกคนที่เข้ามาอ่าน(และคนแอบอ่าน แหะๆ)
#17  by   At 2006-10-17 11:01, 
ตกลงนี่มันแฟนฟิคหรือเรื่องราวจริงๆในอดีตชาติกันนี่ พออ่านจบแล้วเข้าใจทุกอย่างเลยแฮะopen-mounthed smile
#18  by  TilMitt (124.121.108.192) At 2008-04-06 22:39, 
Hi!ibrh! http://lvhkoaws.com gcvjk ycquf http://pynykztz.com alvab shrct
#19  by  Kazeldla (78.157.143.207) At 2008-06-12 09:37, 
[URL=http://hpbpukll.com]quffw suivx[/URL] [URL=http://lcomyrhm.com]eovib dsgqi[/URL]
#20  by  Kazelvgo (78.157.143.207) At 2008-06-12 09:38, 

<< Home