คราวก่อนพูดถึงฟิคน่ารักน่าเอ็นดูที่ Motonaka sanเขียนลงไดอารี่ไว้ วันนี้ฟิคนั้นได้ถูกนำมาแปลเป็นภาษาไทยแล้ว
ขอขอบคุณโมโตนากะซังเจ้าของเว็บ http://fi.xrea.jpที่ใจดีอนุญาตให้ข้าพเจ้าหยิบเอาฟิคของท่านมาแปลได้ จุ๊บๆ~ ท่านใดที่อยากอ่านจากต้นฉบับเพียวๆ โปรดตามลิ้งค์ด้านบนนั่นไปเลยจ้า ^^
งานแปลชิ้นนี้เป็นงานชิ้นแรกที่ข้าพเจ้าแปลจากภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาไทย หากมีข้อผิดพลาดประการใด โปรดให้อภัยและชี้แนะด้วยนะก๊าบ m(_ _)m
edit: - 味見 - あじみ - Taste - เป็นฟิคที่ต่อจากฟิคนี้โดย Motonaka san เช่นกัน
----
S.Hikaruจัง ว่างจากสอบมาช่วย QC สำนวนแล้ว เลยสามารถปล่อยแฟนฟิคแปลที่ดองไว้ออกมาได้ T^T / แถมเจ้าตัวดีใจที่ถอยตับเล็ดอันใหม่มาซิงๆ(ยินดีด้วย!) เลยวาดรูปแถมมาให้อีกด้วย (จิ้มที่ชื่อเพื่อเข้าเยี่ยมชมบลอกรุจัง)




ส่วนข้างล่างนี้ แฟนอาร์ตที่ท่าน Vampyre วาด กว๊าก~~ หื่นถูกใจหนู A0A!! (จิ้มชื่อเพื่อเข้าชมบลอกของท่านแวมไพร์เลือดสาด~)

โฮกกกกกกกกก
-------Author: Motonaka sama--------
-----จิคาเนะ ฮิเมโกะ ในวัยทำงาน-----
----------http://fi.xrea.jp/---------
-ปิ๊งป่อง-
"อ๊ะ ค่า~!"
เสียงออดประตูดังขึ้นครั้งหนึ่งในบ่ายวันเสาร์ ฮิเมโกะรีบมุ่งไปยังโถงประตูอย่างดีอกดีใจแมนชั่นนี้ไม่ได้กว้างเหมือนกับคฤหาสถ์ของตระกูลฮิเมมิยะ จากห้องถึงโถงหน้าประตูจึงไม่ไกลนัก สามารถไปเปิดประตูได้แทบจะในทันที
ขณะที่นึกขอบคุณข้อดีของห้องขนาดเล็กๆ ฮิเมโกะก็รีบไขกุญแจ ปลดโซ่คล้องและเปิดประตู
"ฮิเม..."
"ยินดีต้อนรับจ้า!"
ยังพูดไม่ทันจบ ร่างบางของฮิเมโกะก็ปรากฏอยู่ที่หน้าประตูแล้ว
คนที่ยืนอยู่อีกฟากของประตูก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็นตามที่ฮิเมโกะคาดไว้ ฮิเมมิยะ จิคาเนะนั่นเอง
"แหะๆ วันนี้ก็สวยจังน๊า จิคาเนะจัง"
ฮิเมโกะจ้องมองจิคาเนะที่สะพายกระเป๋าไว้ข้างตัว พลางถอนหายใจด้วยความชื่นชม บนแก้มรู้สึกอุ่นเรื่อขึ้น
ผมยาวดำเป็นประกายที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เมื่อเข้าไปใกล้ เคลียไล้ใบหน้าที่สวย ขนาดที่นางแบบยังเทียบไม่ได้ ยาวไล่ไปตามแผ่นหลังถึงสะโพกที่กระชับโค้งมน
ปีนี้จิคาเนะเพิ่งจะจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย แต่ด้วยเพียงอายุเท่านี้กลับมีกลิ่นอายและเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ ช่างแตกต่างจากฮิเมโกะที่ยังดูเหมือนเด็กมัธยมปลายเหลือเกิน
เมื่อไม่นานมานี้ จิคาเนะเริ่มเข้าดูแลศึกษาธุรกิจของกลุ่มฮิเมมิยะ นั่นมีส่วนให้จิคาเนะดูมั่นใจในตัวเองมากขึ้น แต่ก็ทำให้เป็นคนไม่ยอมแสดงความรู้สึกออกทางสีหน้าด้วยเช่นกัน
แม้จะแต่งกายแบบเรียบๆ ไม่สวมเครื่องประดับใดๆ แต่มองดูก็รู้เลยว่าชุดสูททำงานที่สวมอยู่นั้นเป็นของชั้นดี
แค่ได้คุยโทรศัพท์กันทุกวันก็ทำให้ฮิเมโกะเบิกบานใจแล้ว พอรู้ว่าจะได้เจอกันวันนี้ก็ยิ่งดีใจมากเป็นพิเศษ และเมื่อได้เห็นก็พบว่าจิคาเนะดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นไปอีก
"อีกแล้ว... ไม่ต้องทำเป็นยอกลบเกลื่อนหรอกฮิเมโกะ บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ดูให้แน่ใจก่อนว่าเป็นใครมากดออด ถึงค่อยเปิดประตูรับน่ะ"
พอฮิเมโกะเชิญเข้ามาในห้อง ลงกุญแจเรียบร้อยแล้ว จิคาเนะก็เทศน์ขึ้นทันที
ฮิเมโกะพยักหน้ารับ แต่ในใจแอบคิดว่าที่พูดไปนั่นไม่ได้แกล้งชมสักหน่อย
เจอกันทีไรจิคาเนะก็ต้องได้ดุแบบนี้ทุกที ส่วนฮิเมโกะก็จะแก้ตัวแบบนี้ทุกครั้งไป
"อ...เอ่อ แต่ว่า...ไม่เป็นไรหรอกน่า ทุกทีก็ตรวจสอบทางอินเตอร์โฟนแล้วก็ดูผ่านช่องตรงประตูก่อนอยู่แล้วล่ะ"
"จริงน่ะ?"
จิคาเนะเดินตามฮิเมโกะไปที่ครัว พร้อมบ่นพึมพัมทำนองว่ายังไม่เห็นเจ้าตัวทำอย่างที่ว่าสักครั้ง
การใช้ชีวิตในห้องเล็กๆแบบนี้ดีตรงที่ไม่มีข้าวของอะไรมาก ในห้องจึงดูเรียบร้อยเข้าที่เข้าทาง และได้ทำความสะอาดไว้ก่อนที่จิคาเนะจะมาถึง ส่วนในครัวก็ไม่ได้รุงรังอะไรมากนัก
"เพราะรู้ว่าจิคาเนะจังจะมาตะหากล่ะ เลยรีบไปเปิด ...คือว่าอยากเห็นหน้าจิคาเนะจังเร็วขึ้นสักนิดก็ยังดี..."
ฮิเมโกะพูดแบบนั้นเพราะรู้จักจิคาเนะดี ว่าเป็นคนรักษาเวลาขนาดที่ว่าไม่เคยมาสายหรือมาถึงก่อนเวลาแม้สักนาทีเดียว และเสียงออดดังขึ้นตรงตามเวลาที่นัดกันไว้พอดีเป๊ะ ฮิเมโกะก็เลยแน่ใจ เพราะอย่างไรเวลานี้ก็ไม่ใช่เวลาที่พวกคนส่งของ พวกเสนอขายหนังสือพิมพ์ หรือแม้แต่เพื่อนบ้านจะมาแน่ๆ
"แต่ว่า...ฮิเมโกะ ถ้าเกิดไม่ใช่ฉันขึ้นมาล่ะ อะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่รู้ เป็นผู้หญิงอยู่ตัวคนเดียวมันอันตราย ขอร้องล่ะนะ"
"อือ...จากนี้ไปจะระวังจ้ะ"
จิคาเนะขมวดคิ้วทำหน้าจริงจัง จนฮิเมโกะต้องยิ้มแห้งๆด้วยสีหน้าปั้นยากพร้อมพยักหน้ายอมรับ จะว่าไปการได้รับความห่วงใยแบบนี้ก็น่าดีใจอยู่ไม่น้อย
แต่ถึงยังงั้น ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอยากจะถูกจิคาเนะดุด้วยความเป็นห่วงแบบนี้ทุกครั้งดีมั้ยเหมือนกัน
พอสวมผ้ากันเปื้อนที่ได้จากฮิเมโกะที่น้อมยอมรับผิดสิ้นแล้วทุกประการ จิคาเนะก็เดินไปดูที่เตา
"กลิ่นหอมจัง ทำอะไรบ้างน่ะ?"
"อืม...ก็มีไข่เจียวของโปรดจิคาเนะจัง สลัด แล้วก็สตูว์จ้ะ"
จากขนาดและน้ำหนักกระเป๋า ดูเหมือนวันนี้จิคาเนะจะค้างคืนที่นี่ นั่นทำให้ฮิเมโกะดีใจเป็นที่สุด
----
ตกกลางคืน เพราะอาศัยอยู่บนตึกชั้นสูง ฮิเมโกะจึงเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ เพื่อรับลมในคืนหน้าร้อน ลมเย็นเอื่อยๆพัดเข้ามากระทบกระดิ่งลมจนเกิดเสียงกังวานใส
ถึงจะโทรคุยกันทุกวัน แต่ก็ใช่ว่าจะพอเจอหน้าแล้วจะไม่มีเรื่องคุย ทั้งสองมีเรื่องสัพเพเหระมาคุยกันไปอย่างสนุกสนานตลอดมื้ออาหาร หลังจากนั้นก็ต่างคนต่างแยกกันไปอาบน้ำ
จิคาเนะเหม่อมองชายชุดฟอร์มทำงานของฮิเมโกะที่แขวนไว้ เธอจะรู้สึกสงบและผ่อนคลายเป็นพิเศษแบบนี้ก็เฉพาะที่นี่เท่านั้น
ห้องของฮิเมโกะที่ไม่ได้เข้ามาเสียนาน
ฮิเมโกะเข้าทำงานอยู่ในเมืองใกล้ๆหมู่บ้านเดิม แม้จะต้องย้ายออกมาอยู่ตัวคนเดียว แต่ก็ทำให้ทั้งสองคนเจอกันได้บ่อยขึ้นกว่าแต่ก่อน
การใช้ชีวิตในสิ่งแวดล้อมใหม่นี้ทำให้ทั้งคู่ยังงงๆอยู่บ้าง แรกๆที่ฮิเมโกะเริ่มงานก็ออกจะลำบากพอสมควร แต่ดูเหมือนตอนนี้จะเริ่มชินกับงานที่ทำแล้ว
"ฟู่..."
พอสวมชุดนอนแล้ว จิคาเนะก็นั่งลงบนเตียงที่ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่งของห้อง พลางค่อยๆถอนหายใจ สัมผัสนุ่มๆของที่นอนสปริงทำให้รู้สึกสบาย
ฮิเมโกะกำลังไปเอาเครื่องดื่มจากในครัว เวลาแบบนี้ มีครัวอยู่ใกล้ๆก็นับว่าสะดวกดี
ผ้าปูที่นอนสะอาดที่จัดปูไว้อย่างเรียบร้อยค่อนข้างเย็น ให้สัมผัสลื่นสบายหลังขึ้นจากอ่างน้ำร้อน
เตียงนี้ที่ฮิเมโกะนอนอยู่ทุกคืน
เตียงที่ใหญ่เกินกว่าจะนอนคนเดียว
เมื่อเทียบความกว้างของห้องตัวของฮิเมโกะแล้ว ดูไม่สมดุลย์กันนัก
น่าแปลกใจสำหรับจิคาเนะที่ปรกติชินกับการนอนบนที่นอนใหญ่ๆ จะนึกขัดใจเรื่องแบบนี้
พิจารณาจากขนาด เตียงนี้เหมาะที่จะนอนกันสองคนมากกว่า
พอนึกถึงว่าฮิเมโกะที่ต้องอยู่ในที่ที่กว้างเกินไปสำหรับคนคนเดียว โดยมีเธอมาค้างด้วยบ้างเพียงบางคราวเท่านั้น จิคาเนะก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
"จิคาเนะจัง? เป็นอะไรเหรอ ถอนหายใจแบบนั้น?"
ฮิเมโกะหูไวได้ยินเสียงถอนหายใจเข้าพอดี จึงเดินเข้าไปยืนใกล้ๆจิคาเนะ หลังจากวางเครื่องดื่มที่นำมาลงบนโต๊ะข้างเตียง
"ฮิเมโกะ..."
ใต้เสื้อเชิ้ตสีขาว ผิวกายของฮิเมโกะเปล่งปลั่งเป็นสีชมพูเพราะเพิ่งขึ้นจากอ่างอาบน้ำ ทำให้จิคาเนะต้องหันสายหลบไปทางอื่น
แทบจะลืมหายใจ
แทนที่จะเป็นเสื้อกางเกงชุดนอน ฮิเมโกะกลับใส่เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่เพียงตัวเดียวเดินไปเดินมา นั่นทำให้จิคาเนะแทบไม่กล้าที่จะมองตรงๆ
"จิคาเนะจัง มีไข้หรือเปล่าน่ะ ทำไมหน้าแดงอย่างงั้น?"
หลังได้ยินที่ฮิเมโกะพูดด้วยความเป็นห่วง จิคาเนะจึงเอามือแตะหน้าผากตัวเอง แต่เพราะอย่างไรไม่ทราบ กลับกลายเป็นว่าที่แก้มนั้นดูเหมือนจะร้อนยิ่งกว่าที่หน้าผาก
"เปล่า..."
แสงที่ลอดผ่านเชิ้ตเนื้อบาง ช่วยปรากฏให้เห็นเป็นส่วนเว้าส่วนโค้งของเจ้าของร่างตรงหน้าจนเกือบจะชัดเจน
ฮิเมโกะที่ดูจะไม่ได้ระวังตัวหรือคิดอะไร จึงทำตัวตามปรกติ ยกแขนบิดตัวคลายอิริยาบททั้งๆในสภาพสวมเชิ้ตตัวเดียว ชายเสื้อด้านล่างจึงเผยอขึ้น เกือบเผยให้เห็นอะไรที่อยู่เหนือต้นขาขาวนวล
ภาพตรงหน้ากระตุ้นเร้ามากเกินไป ...อย่างน้อย ...ก็สำหรับจิคาเนะ
"เอ..."
ฮิเมโกะทาบหน้าผากของตัวเองลงกับหน้าผากของจิคาเนะ
"ฮ...ฮิเมโกะ??"
แล้วดึงตัวจิคาเนะที่สะดุ้งจะผละหนีเอาไว้
"แป๊บนึงนะ อย่าเพิ่งขยับล่ะจิคาเนะจัง"
ไม่แค่นั้นฮิเมโกะยังเอาแขนโอบรอบศีรษะจิคาเนะในสภาพที่หน้าผากแตะกัน แล้วค่อยๆหลับตาลง
เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ที่ใบหน้าของฮิเมโกะอยู่ใกล้ขนาดนี้ เพราะไม่กล้ามองตรงๆ จิคาเนะจึงหลุบสายตาต่ำลง
พลันมองเห็นสร้อยคอที่มีจี้เข้าคู่กันด้านในคอเสื้อ กับปลายผมมีหยดน้ำเล็กๆเกาะอยู่ มองไปคล้ายหยาดอัญมณี
แต่ที่เป็นปัญหาคือ... ฮิเมโกะไม่ได้ใส่ชุดชั้นใน
จิคาเนะรีบปิดตาลงอย่างรวดเร็ว พยายามสลัดภาพในหัวออก
ไม่รู้วันนี้เป็นอะไร หรือจะเป็นเพราะไม่ได้มาค้างที่นี่เสียนาน แต่ปรกติที่ผ่านๆมากับฮิเมโกะนั้นไม่เคยรู้สึกสับสนแบบนี้มาก่อน
ราวกับตรงหน้าคือฮิเมโกะที่ไม่คุ้นเคย
ไม่เคยเห็นฮิเมโกะในสภาพที่ทำให้ใจเต้นรัวอย่างนี้มาก่อน...
...
ผ่านไปสักพัก ฮิเมโกะถอยหน้าผากห่างออก จิคาเนะจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมา
และมองเห็นใบหน้าที่ระบายไปด้วยความเป็นห่วงของฮิเมโกะ
"ไม่เป็นอะไรแน่นะจิคาเนะจัง? รู้สึกไม่สบายตรงไหนรึเปล่า? ...อือ ไข้ก็ไม่มีนี่นา...รึว่าจะเป็นหวัดกันนะ? "
"ไม่เป็นอะไรหรอกฮิเมโกะ อาจจะเพราะเพิ่งขึ้นจากอ่างอาบน้ำน่ะ"
ที่เพิ่งขึ้นจากอ่างน่ะฮิเมโกะต่างหาก
พอได้ยินจิคาเนะตอบกลับมาพร้อมกับยิ้มให้ ฮิเมโกะรู้สึกโล่งใจยิ้มออกมาได้ แล้วจึงนั่งลงข้างๆกันกับจิคาเนะ
"งั้นก็ดีแล้วจ้ะ แต่ว่าห้ามฝืนนะรู้มั้ย ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีธุระต้องออกไปไหนก็นอนพักอยู่กับบ้านซะนะ"
"ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ ฮิเมโกะ ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ ...ว่าแต่ฮิเมโกะเถอะ นอนในชุดแบบนั้นเสมอๆรึ?"
ฮิเมโกะกระพริบตาถี่ๆ ตกใจกับคำถามที่มาอย่างกระทันหัน
"เอ๋ อืม ระยะนี้อากาศมันร้อนน่ะ แล้วใส่แบบนี้มันสะดวกดี"
แล้วให้เหตุผลทำนองว่าสวมเชิ้ตตัวเดียวแบบนี้จะใส่จะถอดก็สะดวก ตอนเช้าที่ต้องรีบอาบน้ำเปลี่ยนป็นชุดทำงานก็ช่วยประหยัดเวลา แถมผ้าที่ต้องซักน้อยลงด้วย
"...แต่ก่อนล่ะ?"
"อืม...ไม่เห็นมีใครว่าอะไรก็เลยไม่ได้ใส่ใจน่ะ... ใส่แบบนี้...ดูแปลกๆรึเปล่านะ?"
ฮิเมโกะใช้สองมือจับปลายแขนเสื้อแล้วก้มลงดูชุดที่ตัวเองสวมอยู่... ท่าทางแบบนั้น..ช่าง....
"ไม่แปลกหรอก น่ารักดี ...แต่ไม่ใส่ใจไม่ได้นะ ฮิเมโกะ"
"เอ๋?"
ฮิเมโกะเงยหน้าขึ้นมา แก้มขึ้นสีชมพูเรื่อ เพราะคำพูดของจิคาเนะ
จิคาเนะคิดว่าถึงจะทำให้ฮิเมโกะรู้สึกไม่ดี แต่ก็น่าจะต้องเตือนไว้ ไม่งั้นเกิดใส่ชุดแบบนั้นออกไปเปิดประตูต้อนรับแขกที่มาเยือนเข้า...
แล้วนี่มีใครเคยเห็นฮิเมโกะแบบนี้ก่อนเราด้วยหรือไม่...
"...เปล่า ฮิเมโกะนั่นล่ะ เกิดเป็นหวัดขึ้นมาจะไม่แย่เหรอ? ถ้าอากาศหนาวขึ้นมา ต้องใส่ชุดนอนให้เรียบร้อยนะ"
"อุ...งั้น...ต่อไปจะระวังจ้ะ"
ฮิเมโกะตอบกลับ แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงหันหน้าหลบไปทางอื่น
"...อืม"
ต่างพากันเงียบไปไม่รู้ว่าเพราะรู้สึกไม่ดีหรือว่าอายก็ไม่อาจบอกได้ ทั้งคู่เลี่ยงไปหยิบเครื่องดื่มที่วางไว้ข้างเตียง
....
"พูดถึงชุดนอนแล้ว เมื่อก่อนเคยได้ยืมชุดนอนของจิคาเนะมาใส่ด้วยเนอะ"
อะ...ตกใจหมด
แต่ไหนแต่ไรมา ฮิเมโกะมักจะพูดเรื่องที่เกี่ยวกับจิคาเนะด้วยน้ำเสียงดีใจปนชื่นชมเสมอ แต่เพราะจู่ๆก็พูดขึ้นมากระทันหันแบบนี้ ทำเอาใจเต้นไม่เป็นส่ำ
น้ำเย็นๆผ่านลำคอลงไป ช่วยลดไอร้อนผะผ่าวที่ผิวแก้มลงได้บ้าง สักพักจิคาเนะจึงพูดขึ้นกับฮิเมโกะที่ยังเงียบรอคู่สนทนาของตนตอบกลับ
"อืม เคยมีเรื่องแบบนั้นด้วยนี่นะ"
จิคาเนะตอบกลับมาพร้อมพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
"ตอนนั้นน่ะ ดีใจที่สุดเลยน๊า~"
จนถึงตอนนี้ฮิเมโกะก็ยังจำได้ไม่ลืม ช่วงเวลาในแต่ละวันที่ได้ใช้ร่วมกับจิคาเนะ สมัยที่ได้รับความกรุณาดูแลในคฤหาสถ์ฮิเมมิยะ หลายต่อหลายครั้งที่จิคาเนะจะช่วยเลือกเสื้อผ้าจากราวแขวนให้ฮิเมโกะยืมใส่
เสื้อผ้าที่เป็นของจิคาเนะ... พอคิดถึงทีไรก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ทั้งให้กลิ่นหอมอ่อนๆ กับความรู้สึกที่แสนดียามได้สวม
"ฮิเมโกะ..."
ฮิเมโกะสะดุ้งที่ถูกเรียกขณะที่นึกเพลินถึงเรื่องสมัยก่อน เขินกลัวจะถูกถามว่าคิดอะไรอยู่ จึงรีบเปลี่ยนเรื่องพูด
"อ๊ะ จริงสิ ตอนที่ทานข้าวเย็นกัน จิคาเนะจังมีเรื่องอะไรจะพูดเหรอ?"
"เอ๋? อ๋อ... อืม..ฮิเมโกะ อีกเดี๋ยวก็จะถึงวันเกิดแล้ว มีของที่อยากได้หรือเปล่า?"
"เอ๋ แต่นั่นยังอีกตั้ง 2 เดือนนี่จ๊ะ?"
ฮิเมโกะเอียงคออย่างสงสัย
ยากนักที่จะพูดออกไปตรงๆตามใจคิด จิคาเนะจึงเลี่ยงตอบไปว่า
"จะได้เตรียมเซอร์ไพรส์ไว้ไงล่ะ นะฮิเมโกะ ไม่ว่าอะไร ถ้าอยากได้ก็ลองว่ามาสิ"
"เอ...อืม..."
จิคาเนะจัง...เล่นไม่ยกตัวอย่างอะไรมาให้แบบนี้... ต้องคิดหนักแล้วสิเรา...
เพราะว่าเป็นคนรักที่แสนสำคัญของตน จิคาเนะจึงอยากทำให้ฮิเมโกะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย อาศัยอยู่ในที่สงบและทำงานเลี้ยงชีพแต่พอตัว
อย่างแมนชั่นนี่ก็เหมือนกัน ตอนแรกฮิเมโกะตั้งใจว่าจะไปเช่าอพาร์ทเม้นท์ถูกๆอยู่แต่จิคาเนะคัดค้านว่าที่ที่ๆไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยแบบนั้นมันอันตรายเกินไปสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียว
พอฮิเมโกะเริ่มลังเล จิคาเนะเลยเข้ามาจัดการให้แบบช่วยเหลือแกมบังคับ
ลงท้ายก็ทำสัญญาเช่าซื้อ โดยจิคาเนะช่วยออกเงินส่วนที่ขาดให้ กระนั้นแล้วจิคาเนะก็ยังดูจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่อยู่ดี
เพราะคิดว่าเอาแต่พึ่งพาจิคาเนะอยู่อย่างเดียวคงไม่ดีแน่ ฮิเมโกะจึงอยากทำงานเลี้ยงตัวเองเพื่อจะได้ไม่ให้เป็นภาระไปมากกว่านี้
สุดท้ายก็มาลงตัวที่นี่ แมนชั่นนี้อยู่ไม่ไกลจากทั้งที่ทำงานและมหาวิทยาลัยที่จิคาเนะเรียน และดีตรงที่ที่นี่กว้าง เวลาจิคาเนะมาจะได้ไม่คับแคบจนเกินไป
จิคาเนะช่วยเหลือมามากขนาดนี้แล้ว จะให้ฮิเมโกะตอบคำถามที่ว่าอยากได้อะไรเป็นพิเศษนี้อย่างไรกัน
ใบหน้าจริงจังขยับเข้ามาใกล้คล้ายๆกับจะคาดคั้นเอาคำตอบเดี๋ยวนั้น ฮิเมโกะเองก็รู้ถึงความตั้งใจของจิคาเนะ แต่ก็ไม่สามารถหาเหตุผลดีๆเพื่อปฏิเสธน้ำใจนั้นได้
"เอ.......... อ๊ะ! นึกออกแล้ว"
"อะไรรึ?"
จิคาเนะยิ้มให้พร้อมเอียงคอเป็นคำถาม ผมยาวดำที่ดูชื้นเล็กน้อยเกลี่ยลงมาเคลียที่ต้นคอและไหล่ ทำเอาฮิเมโกะรู้สึกใจเต้นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
"จิคาเนะจังบอกว่า...อะไรก็ได้ใช่ไหม?"
ฮิเมโกะรู้สึกเขินนิดหน่อย จึงหลบตาก้มหน้าลงเล็กน้อย จิคาเนะพยักหน้ารับ
"อะไรก็ได้ทั้งนั้นล่ะ ถ้าฉันสามารถหาให้ได้"
แต่มันไม่มีอะไรที่จิคาเนะหามาไม่ได้น่ะสิ ฮิเมโกะคิดแบบนั้นขึ้นมาทันที แล้วจิคาเนะจังเป็นพวกไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ถึงตอนแรกหาไม่ได้ แต่สุดท้ายก็หามาได้ทุกที
"เอ่อ งั้น...ถ้างั้น..."
"?"
"อยากได้...ชุดนอนของจิคาเนะจังน่ะ"
"...ฮิเมโกะ คิดดูอีกทีก็ได้นะ"
จิคาเนะมุ่นหัวคิ้ว ตีสีหน้าขรึมแสดงออกว่าไม่เห็นด้วย
"อือ...แต่ว่า...ก็อยากได้ชุดนอนจริงๆนี่นา อย่างที่คุยกันไปเมื่อกี้ไง นะ?"
"งั้น พรุ่งนี้ไปหาซื้อกันในเมือง"
"จ...จิคาเนะจัง! คือว่าไม่ใช่แบบนั้น เอ่อ...จิคาเนะน่าจะมี ที่ไม่ได้ใส่แล้วอยู่เยอะใช่ม๊า? เอาตัวพวกนั้นล่ะจ้ะ"
"ชุดเก่าของฉัน? ให้ฮิเมโกะน่ะนะ?"
"อืม...รึว่าไม่ได้...กันน๊า...งั้นมีตัวที่ไม่เอาแล้วบ้างมั้ยจ๊ะ?"
"...บางที ในโกดังอาจจะมีนะ..."
ดีจัง ที่ดูเหมือนจะยังมีอยู่
ถึงจิคาเนะจะไม่ได้ใส่ชุดเก่าพวกนั้นเพราะไม่พอดีตัว หรือไม่เหมาะกับอายุแล้ว แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่าที่บ้านฮิเมมิยะยังเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี
"ถ้างั้น..."
"แต่ว่าไม่ดีหรอกไม่เห็นต้องเอาของเก่าเลย อย่างพวกชุดนอนนี่ซื้อให้ใหม่ได้อยู่แล้วล่ะ นะ? ฮิเมโกะ"
ยังไม่ทันจะได้พูด ก็ถูกขัดจังหวะขึ้นมาก่อนแบบนี้...
"อุ..."
ทำเอาฮิเมโกะงอนตุ๊บป่อง
"น่านะ เป็นวันเกิดทั้งที ลองนึกอะไรที่อยากได้อย่างอื่นดูหน่อยนะ"
จิคาเนะรีบพูดปลอบ พร้อมยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
จะว่าไป...ถ้าเอาของเก่าของตัวเองให้ไปแบบนั้น ...ก็คงรู้สึกเหมือนไม่ได้ให้ของขวัญวันเกิด
ถ้าจิคาเนะขอของขวัญแบบนี้บ้าง ฮิเมโกะเองก็คงบอกว่าไม่ได้เหมือนกัน
...แต่ถึงยังงั้นก็เถอะ ก็อยากได้เสื้อที่เป็นของจิคาเนะจังนี่นา
"...บู จิคาเนะจังขี้แกล้ง"
"เอ๋?"
จิคาเนะกระพริบตาอย่างตกใจ เพราะถูกฮิเมโกะพุ่งเข้ากอดจากข้างหลัง
"อะ! ฮ...ฮิเมโกะ อะไรกัน? อยู่ๆก็..."
ฮิเมโกะไม่ใส่ใจฟังจิคาเนะพูด แต่กลับกอดร่างบางนั้นให้แนบชิดขึ้น พร้อมสูดกลิ่นหอมสัมผัสไออุ่นจากเรือนกายของอีกฝ่าย
จนเป็นที่พอใจก็วางแก้มลงบนไหล่ แล้วกอดกระชับจิคาเนะที่พยายามจะขยับหนีให้แน่นขึ้นอีก
"อ๋า...ฮิเมโกะนี่จริงๆเลยน๊า"
จิคาเนะพยายามดิ้นออกจากวงกอดเพราะรู้สึกจั๊กจี้ แต่ฮิเมโกะก็ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
สัมผัสนุ่มและอุณหภูมิจากผิวกายที่ผ่านเสื้อเชิ้ตมาทำให้รู้สึกว่าแก้มร้อนขึ้น แต่ก็ทำให้รู้สึกยินดีอย่างบอกไม่ถูก
หากได้นอนกอดร่างอุ่นนี้ตลอดไป จะมีความสุขขนาดไหนกันนะ... ถ้าได้อยู่ร่วมกันแบบนี้ทุกวัน
หากเป็นแบบนั้นได้ คงจะนึกชอบเตียงเย็นเยียบที่เคยนอนเหงาอยู่คนเดียวมาตลอดนี้ได้เป็นแน่
แต่ว่า...ก็เข้าใจดีว่ามันเป็นคำพูดที่เห็นแก่ตัวถ้าบอกออกไป เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ ฮิเมโกะก็เป็นภาระมากพออยู่แล้ว นึกไม่ออกเลยว่าจะทำประโยชน์อะไรให้อีกฝ่ายได้
อย่างน้อย...ก็ตั้งใจว่าจะไม่บอกให้รู้ จนกว่าจะสามารถตอบแทนจิคาเนะได้อย่างเท่าเทียมกัน
ฮิเมโกะกอดคนตรงหน้าไว้ไม่ยอมปล่อย จิคาเนะก็ดิ้นหนีเพราะจั๊กจี้ จนทั้งคู่ล้มลงไปด้วยกัน
ชั่วขณะที่หยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ความทุกข์ที่เก็บไว้ในใจก็ถูกลืมไปเสียสิ้น
"จริงสิ... จิคาเนะจังมีของที่อยากได้มั่งรึเปล่า?"
ระหว่างที่พูด ฮิเมโกะยกตัวขึ้นเล็กน้อย
"เอ๋?"
หลังจากหัวเราะจนเหนื่อย จิคาเนะเช็ดน้ำตาออกจากหางตา เอียงคอเป็นเชิงถาม
ฮิเมโกะที่นอนเบียดอยู่ข้างๆ ก็แนบแก้มลงที่แขนพร้อมกอดจิคาเนะเอาไว้
"วันเกิดน่ะจ้ะ จิคาเนะจังอยากได้อะไรเหรอ?"
"...ฉันน่ะเหรอ?"
"ก็ถ้าจวนจะถึงวันเกิดฉัน วันเกิดของจิคาเนะก็ใกล้เข้ามาแล้วเหมือนกันไงล่ะ ของที่อยากได้น่ะ...น่าจะมีบ้างสิ?"
พร้อมกับส่งรอยยิ้ม ฮิเมโกะเปลี่ยนมาเกี่ยวแขนจิคาเนะไว้ ไม่ยอมปล่อยให้หนีไปไหน
"อืม...ในวันเกิด ขอแค่ให้มีฮิเมโกะอยู่ด้วยเท่านั้นก็พอแล้วล่ะ"
"อ๊ะ ขี้โกงนี่นาแบบนั้น จนถึงปีที่แล้วฉันก็ให้แต่เซ็ทเครื่องประดับจนครบชุดแล้ว ปีนี้อยากได้อะไรเหรอจิคาเนะจัง?"
"ของที่อยากได้เหรอ..."
...ของที่ว่า นอกจากฮิเมโกะแล้วก็ไม่มีหรอก
แต่ถ้าพูดแบบนั้นออกไป...
แค่ได้มีชีวิตอยู่ร่วมในเวลาเดียวกันนี้ ก็คงไม่มีสุขไหนจะเทียบอีกแล้ว
ไม่จำเป็นต้องพูดคำปลอบโยนใดๆ ขอแค่ให้ฮิเมโกะคอยอยู่เคียงข้าง ก็มั่นใจว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลาที่เลวร้ายต่างๆไปได้
"...จิคาเนะจัง?"
ฮิเมโกะเท้าศอกขึ้นพยุงตัว เอียงคอเป็นคำถาม
"...อ๊ะ ...อืม มีอะไรเหรอฮิเมโกะ?"
หากวันหนึ่งจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ก็มีอะไรหลายๆอย่างที่ต้องเตรียมการและคำนึงถึงจะให้ฮิเมโกะอยู่ในฐานะอะไรในบ้านฮิเมมิยะ ทั้งการปรับตัวเข้ากับสังคมชั้นสูง และจะอยู่ด้วยกันที่เมืองนี้หรือไม่ก็ตาม อย่าน้อยก็ต้องมีกำลังความสามารถพอที่จะปกป้องฮิเมโกะให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ไม่ว่าจะลำบากยุ่งยากอย่างไรจิคาเนะก็จะทำ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า สิ่งเหล่านั้นทำให้ฮิเมโกะต้องใช้ชีวิตแบบฝืนทนหรือเปล่า
"คิดออกรึยังจ๊ะ ว่าอยากได้อะไร?"
"อืม...กำลังนึกอยู่"
"...เห็นมั้ยล่ะ แม้แต่จิคาเนะจังเองก็นึกออกไม่ได้ทันทีเหมือนกันนั่นล่ะ"
ฮิเมโกะยิ้มแกมหัวเราะขณะแกล้งเย้าจิคาเนะ
กะจะแหย่กลับดูบ้างว่าอยากได้ชุดเก่าของฮิเมโกะ แต่รอยยิ้มของคนตรงหน้านั้นน่ารักเกินกว่าจะแกล้งให้งอง้ำได้ลงคอ
ฟังจากที่ฮิเมโกะพูดไว้ก่อนหน้านี้ ว่าทั้งวันเกิดและวันคริสต์มาสก็ให้ของขวัญแบบเครื่องประดับที่เข้าคู่กันไปจนหมดแล้ว ในทำนองเดียวกัน ปีนี้ก็ควรจะให้ของที่เข้ากันเป็นคู่ๆอีกน่าจะดี
"ว่าแต่ ฮิเมโกะล่ะ คิดออกรึยัง?"
"ฮื่อ...ก็อย่างที่บอกไปแล้ว ถ้าจิคาเนะจังให้ชุดนอน ใส่แล้วจะได้ไม่เป็นหวัดไง"
ฮิเมโกะนอนขดตัวเอาหน้าซุกไหล่จิคาเนะ แล้วเงยหน้าขึ้นมอง
แม้จะเป็นท่าทีที่เอ็นดู แต่ใบหน้าเจ้าตัวก็ดูงอนอยู่หน่อยๆ ทำให้จิคาเนะหัวเราะอย่างค่อนข้างหนักใจออกมาเบาๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้นอนกลิ้งเล่นบนที่นอนด้วยกันแบบนี้ สมัยยังเด็กไม่เคยมีโอกาสแบบนี้สักที พอได้เล่นกันแบบวันนี้ก็รู้สึกอย่างกับว่าได้กลับเป็นเด็กอีกครั้ง
"จิคาเนะจัง..."
เมื่อหันไปทางเสียงเรียก ก็เห็นใบหน้าขึ้นสีชมพูเรื่อของฮิเมโกะประชิดใกล้
"เอ๋? ...อ...อืม..."
และสัมผัสได้ถึงรสหวานล้ำของริมฝีปากอ่อนนุ่มที่ทาบทับลงมา
ทำให้ระลึกได้ว่าตอนนี้ทั้งคู่ไม่ได้เป็นเด็กอีกต่อไป
พอลืมตาขึ้นก็เห็นฮิเมโกะก้มมองลงมา เจ้าของใบหน้าแดงเป็นลูกตำลึงตรงหน้ากำลังบังคับลมหายใจให้เป็นปรกติ นัยน์ตาใสมีน้ำตาคลออยู่นิดๆไหวระริก
จิคาเนะเองก็เหมือนกัน ไม่เพียงแค่ที่แก้มเท่านั้น ยังรู้สึกร้อนผะผ่าวไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย
"นี่...จิคาเนะจัง ฟังนี่แล้วช่วยจำไว้ด้วยนะ"
"เอ๋?"
"ฉันน่ะ... ถ้าเพื่อนจิคาเนะจังแล้ว ไม่ว่าอะไรก็สามารถทำได้ทุกอย่าง เรื่องไหนๆที่ทำให้จิคาเนะจังดีใจได้ฉันก็อยากจะทำให้ ถ้าจิคาเนะจังมีความสุขฉันก็จะพลอยมีความสุขไปด้วย เพราะฉะนั้นไม่ต้องเกรงใจกันหรอกนะ"
อีกครั้ง...ริมฝีปากของทั้งสองก็สัมผัสกันอย่างแผ่วเบา
ดูเหมือนฮิเมโกะจะรู้สึกเขิน จึงละจากริมฝีปากอ่อนนุ่ม แล้วรีบซุกหน้าลงบนไหล่จิคาเนะเพราะไม่กล้าให้เห็นใบหน้าแดงก่ำของตน
"ขอบใจนะฮิเมโกะ...ที่พูดมานั่นมีค่ามากกว่าของขวัญไหนๆทั้งหมด"
เพียงคำพูดมิอาจถ่ายทอดความรู้สึกยินดีนี้ได้ทั้งหมด จิคาเนะดึงมือข้างหนึ่งของฮิเมโกะไปกอดไว้แนบอก
"แหะๆ หัวใจจิคาเนะจังเต้นแรงจัง"
"อื้ม..."
การถ่ายทอดความรู้สึกจากใจถึงใจแบบนี้ ยิ่งทำให้จังหวะหัวใจเต้นเร็วรัวขึ้นไปอีก
ฮิเมโกะเองก็ดึงมือของอีกฝ่ายมา
"ฉันเองก็ใจเต้นตึกตักๆขนาดนี้เลยล่ะ จิคาเนะจัง"
ว่าแล้วก็เอามือนั้นกดทาบลงบนอก
"อา...จริงด้วยสิ"
ต่างฝ่ายต่างรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรัวของกัน แม้แต่จากจิคาเนะ คนที่ปรกติสามารถรับมือกับเรื่องต่างๆด้วยอารมณ์สงบนิ่ง
"มีความสุขจัง"
แม้ไม่แน่ใจว่ารู้สึกยินดีขนาดนี้เพราะอะไร แต่ฮิเมโกะก็พยักหน้ารับรู้และหัวเราะเบาๆอย่างมีความสุขยิ่ง
"นี่ จิคาเนะจัง หมู่นี้ฉันคิดอยู่บ่อยๆว่า นั่นน่ะคงจะดีน๊า~"
"อะไรรึ ฮิเมโกะ?
"ก็...คิดว่า ถ้าได้อยู่ด้วยกันตลอดไป... คงจะดีกว่าแบบที่นานๆได้เจอกันทีแบบนี้แน่ๆเลยล่ะ~"
"อื้ม.."
ฮิเมโกะพูดพร้อมหัวเราะอย่างเบิกบานขณะที่นอนหนุนไหล่ของจิคาเนะไปด้วย
ลมหายใจเบาๆของฮิเมโกะรดตรงไหล่เปล่าเปลือยทำให้จิเนะรู้สึกจั๊กจี้นิดๆ
"แต่ว่านะ เวลาเจอกันแล้วใจเต้นแบบนี้เป็นความรู้สึกที่วิเศษไปเลยล่ะ ...แต่ถ้าเจอกันทุกวันแล้วใจจะยังเต้นตึกตักๆอยู่มั้ยน๊า..."
จิคาเนะอยากฟังฮิเมโกะพูดต่อ จึงนิ่งเงียบและลูบหลังฮิเมโกะเบาๆเป็นเชิงบอกให้ว่าต่อไป
"อ๊ะ ไม่ได้หมายความว่าถ้าไม่ได้เจอจิคาเนะจังจะดีกว่านะ! แค่พูดถึงว่าถ้าได้เจอกันทุกวันก็ดีน่ะ...ขอแค่ได้เจอกัน...ทุกวัน"
จิคาเนะมองตาฮิเมโกะอย่างปวดร้าว
"ฮิเมโกะ..."
"ถ้าได้เจอจิคาเนะจังทุกวันก็ยอดไปเลยนะ แต่ว่าแบบนั้น...จะทำให้ไม่รู้สึกใจเต้นเวลาเจอกันมั้ยนะ...เอ...งั้นเท่าที่นานๆเจอกันแบบนี้อาจจะกำลังดีแล้วมั้ง? ...แหะ พูดอะไรก็ไม่รู้ ขอโทษนะ จิคาเนะจัง"
ฮิเมโกะพูดรัวไม่หยุด คล้ายพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่าง
จิคาเนะดึงเอาคนตรงหน้ามากอดแน่นไว้ ด้วยกำลังทั้งหมดเท่าที่มี
"ไม่หรอกฮิเมโกะ ไม่ใช่แบบนั้นหรอก"
จิคาเนะหลับตาลง ซึมทราบทุกคำพูดของฮิเมโกะไว้
...รู้สึกดีใจตื้นตันไปหมด
ความรู้สึกนั้นค่อยๆเปลี่ยนเป็นความกล้า ผลักดันให้จิคาเนะบอกความในใจออกไป
จิคาเนะเอ่ยปากพูดอย่างไม่มีการลังเลใจใดๆอีก
"ฮิเมโกะ... ฉันคิดออกแล้วล่ะว่าอยากได้อะไร"
"จ้ะ? อยากได้อะไรล่ะ?"
จิคาเนะคลายวงกอดออก เปลี่ยนมาโอบรอบเอวของฮิเมโกะ
"ถ้าได้ฟังแล้ว จะไม่นึกเสียใจทีหลังแน่นะ?"
จิคาเนะพูดพลางหัวเราะเบาๆอย่างมีความสุข เป็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ออกมาจากใจเลยทีเดียว
"เอะ...เอ๋??? มันอะไรกันล่ะ? จิคาเนะจัง??"
ฮิเมโกะพูดว่าถ้าเจอกันทุกวัน อาจจะไม่รู้สึกใจเต้นแรงเวลาที่อยู่ด้วยกัน
และถึงจิคาเนะเองจะคิดแบบเดียวกันแต่...
"ฉันอยากได้คำว่า 『กลับมาแล้วเหรอ』 จากฮิเมโกะน่ะ"
ความปรารถนาที่วาดหวังมาตลอดว่าอยากจะอยู่ด้วยกันนั้นมีมากกว่าไม่รู้กี่เท่า
"...เอ๋?"
ฮิเมโกะเอียงคอ
"แล้วก็อยากพูดกับฮิเมโกะว่า 『กลับมาแล้วจ้ะ』 ฮิเมโกะห้ามพูดว่า 『ยินดีต้อนรับ』 นะ ต้องตอบกลับมาว่า 『กลับมาแล้วเหรอ』 เท่านั้น ...ฉันน่ะที่ที่อยากกลับมาคือที่ที่มีฮิเมโกะรออยู่"
ฮิเมโกะปิดปากด้วยมืออันสั่นเทา ขณะที่จิคาเนะยังพูดถึงสิ่งที่อยู่ในฝันตลอดมาต่อไป
"ตื่นเช้ามาก็จะเห็นใบหน้ายามหลับของฮิเมโกะ จากนั้นเราช่วยกันทำอาหารเช้าและทานข้าวด้วยกัน ส่วนข้าวกล่องของฮิเมโกะน่ะฉันจะทำให้สุดฝีมือเลย แล้วก่อนออกจากบ้านฉันอยากได้คิสนะ ฮิเมโกะ พอกลับจากงานตอนเย็นเราก็จะช่วยกันทำกับข้าว ทานไปคุยไปเรื่องที่เราเจอมาระหว่างวันนั้นๆ จากนั้นก็อาบน้ำด้วยกัน ก่อนนอนถ้าได้ดื่มกันสักแก้วก็ดีนะ"
ฮิเมโกะสะอื้นในลำคอตลอดเวลาที่กำลังฟัง
"ตกดึกก็เข้านอนด้วยกัน ถ้ารุ่งขึ้นเป็นวันหยุดเราก็จะอยู่คุยกันจนเช้าเลย ...หวังว่าเตียงนี้คงกว้างพอให้ฉันนอนด้วยได้สินะ"
ฮิเมโกะพยักหน้ารับ สายตาจับจ้องอยู่ที่จิคาเนะ
"จิคาเนะจัง...แบบนั้น..."
"ฉันอยากใช้ชีวิตร่วมกันกับฮิเมโกะนะ..."
"........."
"........."
ทั้งๆที่สารภาพการตัดสินใจครั้งสำคัญไปแล้ว แต่ฮิเมโกะกลับยืนนิ่งไม่กล่าวตอบใดๆ ไม่ว่าจะยอมรับหรือปฏิเสธ นัยน์ตาที่มีน้ำตาคลอจนบัดนี้ดูเหือดแห้งไปยังคงเอาแต่จ้องมองอยู่อย่างนั้น จนจิคาเนะรู้สึกเป็นกังวล
"....ฮิเมโกะ?"
จิคาเนะร้องเรียกชื่อคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงปนร้อนใจ
ครั้นแล้วฮิเมโกะจึงรู้สึกตัวขึ้นจากภวังค์ กระพริบตาปริบๆอย่างไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน ...สักพักความงุนงงที่ปรากฏบนใบหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม
"จิคาเนะจัง..."
วันนี้ริมฝีปากได้รับจุมพิตที่มาแบบไม่ให้ตั้งตัวเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจทราบ
แต่ครั้งนี้เป็นจุมพิตที่ดูดดื่ม เต็มไปด้วยปรารถนา และอ่อนหวานเป็นที่สุด
เมื่อลอบมองขณะที่ริมฝีปากยังชิดติดกัน ใบหน้าของฮิเมโกะระบายไปด้วยทั้งรอยยิ้มและน้ำตา
แม้อยากจะปล่อยให้ร่างกายไหลดื่มด่ำไปกับจุมพิต หากแต่ไม่สบายใจที่ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ จิคาเนะจึงชะงักหยุดและใช้ปลายนิ้วแตะริมฝีปากของอีกฝ่ายไว้
"ฮิเมโกะ...คำตอบล่ะ?"
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด แต่ฮิเมโกะก็ส่งยิ้มออกมาให้อย่างสุดหัวใจ
"จิคาเนะจัง ของขวัญอะไรนั่นน่ะ..."
"เอ๋?"
คำพูดที่ตอบออกมาไม่ใช่ตอบรับหรือปฏิเสธ กลับกลายเป็นออกนอกเรื่องไปไกล นั่นทำให้จิคาเนะถึงกับต้องมุ่นหัวคิ้ว
"ที่พูดกันก่อนนี้... ชุดนอนของจิคาเนะจังน่ะ ฉันไม่อยากได้แล้วล่ะ"
"ฮิเมโกะ แบบนั้น หมายความว่าอะ....?"
คำพูดของจิคาเนะถูกขัดเสียก่อนที่จะถามจบ ...ด้วยจุมพิต
"ถ้ามีจิคาเนะจังคอยกอดเอาไว้ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหนาวอีกต่อไป"
และแล้ว...ค่ำคืนอันเร่าร้อนก็ได้เริ่มขึ้น
------------------
ก่อนอื่นขอขอบคุณท่าน Fervent Idiot อีกครั้ง ที่สรรค์สร้างแฟนฟิคคันนะมิโกะที่รู้สึกเติมเต็มขนาดนี้ให้ข้าน้อยได้อ่าน >[]<~!! จิกะ~~ ฮิเม้~~~ กว๊าก~~~
~万歳 基中様~
~巫女 万歳~
~千歌音+姫子~
(แหะๆ บ้าไปเลี้ยว)
จากนี้ก็ขอบ่นพึมพัมตามประสา
จบแล้วจ้าฟิคสั้นที่ยาวราวกับจะไม่มีวันจบสิ้น(สำหรับข้าพเจ้า)
ขอขอบคุณทุกท่านที่หลวมตัวอ่านกันจนจบ ซ้ำยังยอมให้ล่อลวงมาตลอดด้วยนะก๊าบ XDทุกๆคอมเม้นท์ของท่านทั้งหลายเป็นกำลังใจผลักดันและถีบส่งให้ข้าพเจ้าสามารถแปลแฟนฟิคขนาด 10 หน้า A4 ได้จนจบ โดยไม่ดื้อ ไม่หนี ไม่ทิ้งงานกลางคัน (แต่ดันดองรายงานที่ต้องส่งในอีกสามวันนี้ซะได้)
ใครหวังเอาไว้บ้างว่าฟิคนี้จะมีฉาก *ตื๊ดๆๆๆ* ให้อ่านเอ่ย เอ้า~ยกมือขึ้น
^^''/ <-- หนูเอง 1 ตัว ถึงดั้นด้นอ่านจนจบและไม่พบสิ่งอื่นใดนอกจากความน่ารักของสองสาว ที่แถมฉากเซอร์วิสเล็กน้อย ฮ่ะๆ T.T แต่ก็คล้ายๆจะได้สบายใจหลังจากนั่งคิดนอนคิดถึงตอนต่อของกลางสี่แยกงงงวยอันนั้น ที่ถูกคนครหานินทาไปต่างๆนานา ว่าจิคาเนะจะ *ตื๊ด* ฮิเมโกะจะ *ต๊อดๆ* (เสียงเซ็นเซอร์ เพราะเนื้อหาสปอย)
โอกาสหน้าฟ้าใหม่เราคงจะได้มาอ่านฟิคพลังวายร่วมกันอีก(เร็วๆนี้!)
ขอบคุณ สวัสดีและขอตัวลาไปก่อนฮับ m(_ _)m
edit @ 2005/10/13 15:12:07
edit @ 2006/07/12 09:00:21
/
เพราะตอนจบที่ทั้งคู่ได้มาพบกันอีกครั้ง จิคาเนะ คงประมาณ 16 ฮิเมโกะ ก็น่าจะ 32 แล้วอ่ะ
ดูๆแล้วก็ชักรู้สึกไม่ดีจริงๆแฮะ สงสัยเราคิดมากไป